บทที่ 15 ข้าก็เหมือนพี่ชายของเจ้า

คำถามของจ้าวลู่ฉือ ทำให้ตู้เหลียนใบหน้าหมองเศร้าลง นางยังไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้บิดาได้รู้ นับตั้งแต่ออกเรือนก็ไม่เคยได้รับข่าวจากผู้เป็นบิดามารดาอีกเลย แม้จะส่งจดหมายไปขอขมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

“ยังเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่ตอบจดหมายข้าเลยสักครั้ง” นางเอ่ยเสียงเบาราวกับยุงบินผ่านออกมา

“เจ้าอย่าได้กังวล ท่านอาจารย์ตู้มิได้โกรธเคืองเจ้าแล้ว”

“ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ” ตู้เหลียนเงยหน้าขึ้นมองจ้าวลู่ฉืออย่างสงสัย

“ข้าหาเวลาแวะไปดูพวกท่านเสมอ เจ้าควรจะเขียนจดหมายส่งม้าเร็วไปแจ้งข่าวพวกท่านเสียหน่อย”

“ขอบคุณท่านเจ้าค่ะ” นางมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ

หรูอวี้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักล้วนได้ยินทุกสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกัน หากมารดานางจะเปิดใจให้ท่านแม่ทัพจ้าวอีกครั้ง นางก็ไม่ขัดข้องด้วยเขาดูจะปักใจกับมารดาของนางไม่น้อย ถึงขั้นยังมิได้แต่งฮูหยินเข้าจวน

“เอ่อ...ข้าเสียมารยาทแล้ว นี่บุตรสาวของข้าหรูอวี้ ส่วนนั้นบุตรชายข้าอาหยวนเจ้าค่ะ” ตู้เหลียนเห็นสายตาของจ้าวลู่ฉือที่มองไปทางหรูอวี้หลายหนจึงได้เอ่ยแนะนำนางขึ้นมา

“คารวะท่านแม่ทัพจ้าวเจ้าค่ะ” นางย่อกายเล็กน้อย

“อืม ไม่ต้องมากพิธี ข้าก็เหมือนกับพี่ชายของแม่เจ้า เรียกข้าท่านลุงเถิด”

หรูอวี้ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างข้องใจ ไม่ใช่อยากจะมาเป็นบิดาของนางหรอกรึ จ้าวลู่ฉือเหมือนจะเข้าใจในแววตาของนาง เขาถลึงตามองนางเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวไปดูว่าเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถม้าเรียบร้อยแล้วหรือยัง

“ท่านแม่ หากท่านแม่ทัพมาสู่ขอท่าน ท่านจะแต่งให้เขาหรือไม่เจ้าคะ” หรูอวี้กระซิบถามผู้เป็นมารดา

“อวี้เออร์!!! อย่าได้พูดเช่นนี้อีก แม่กับท่านแม่ทัพเจ้าเปรียบเสมือนพี่น้องกัน หากผู้ใดได้ยินในสิ่งที่เจ้าพูด แม่คงไม่พ้นคำครหาไปได้” นางตำหนิบุตรสาวอย่างจริงจัง

“เจ้าค่ะ ต่อไปข้าไม่พูดแล้ว” นางยู่ปากเล็กน้อย จากสายตาก็เห็นอยู่ว่าเขาห่วงใยมารดาของนางไม่น้อย มารดาของนางจะมองไม่เห็นเลยหรืออย่างไร

ตู้หยวน (หรูอวี้กับพี่ชายได้เปลี่ยนแซ่เรียบร้อยแล้ว) มาแจ้งให้ผู้เป็นมารดาและน้องสาวกลับขึ้นรถม้าได้แล้ว หลังจากที่การตรวจค้นเสร็จสิ้นลง

“อาอวี้” เสียงบุรุษตะโกนเรียกหรูอวี้มาแต่ไกล จนนางต้องชะงักฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าแล้วหันไปมอง

“ผู้ใด” นางเอ่ยถามพี่ชายที่อยู่ใกล้นางที่สุด

“อวี้เออร์ เจ้าจำคุณชายกงมิได้รึ” ตู้หยวนร้องถามนางอย่างไม่อยากเชื่อ

“อ้อ...ข้าจำไม่ได้เจ้าค่ะ” หรูอวี้หันไปมองอีกครั้ง นางอยากจะรู้ว่าเขามาพบนางด้วยเรื่องอันใด

กงจวิ้นเพิ่งเดินทางกลับมาจากนอกเมือง เขาเห็นหรูอวี้กำลังขึ้นรถม้าออกจากเมืองจึงร้องเรียกนางไว้

“เจ้าจะไปที่ใด” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย แม้แต่ออกมาเที่ยวเล่นนอกจวน น้อยครั้งนักที่เขาจะได้พบนาง

“เรื่องของข้า” นางเอ่ยเสียงเย็นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ คิดว่าจะพูดเรื่องอันใดกับนางเสียอีก

“เอ่อ...” เขาตกตะลึงถึงกับพูดไม่ออก

ด้วยนางไม่เคยพูดจาแข็งกร้าวเช่นนี้กับเขา แม้นางจะหลีกเลี่ยงเขาอยู่บ่อยครั้ง

“มีเรื่องอันใดอีกหรือไม่” นางปรายตามองเขาอย่างดูแคลน

“เหตุใดถึงเอ่ยตัดรอนข้าเช่นนี้เล่า” เขาเอ่ยออกมาอย่างเศร้าใจ

“ไร้สาระ” นางพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าไปโดยไม่สนใจกงจวิ้นอีกเลย

กงจวิ้นได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างไม่รู้จะทำเช่นไร เขาเสียหน้าไม่น้อยที่นางมิสนใจเขาเช่นนี้ จ้าวลู่ฉือที่ได้ยินประโยคสนทนาของทั้งสองคนได้แต่ขมวดคิ้วของมึนงง คำว่าไร้สาระของนาง หมายความเช่นใดกันแน่

“คุณชายกง ข้าขอตัวก่อน” ตู้หยวนเอ่ยลาเพื่อให้เขาหลีกทางให้รถม้าเคลื่อนตัวเสียที

“คุณชายเซี่ย ไม่ทราบว่าพวกท่านจะไปที่ใด” เขาเห็นรถม้าอีกคันบรรจุข้าวของไม่น้อยจึงได้เอ่ยถาม

“ตอนนี้ข้ามิใช่คนตระกูลแซ่แล้ว” พูดเพียงเท่านี้หวังว่าเขาจะเข้าใจ

จ้าวลู่ฉือร้องสั่งให้ขบวนเดินทางออกเดินทางทันที กงจวิ้นยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวเขาไม่อยู่ในเมืองหลวงเพียงไม่กี่วัน ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดบ้าง

ขบวนเดินทางเริ่มเคลื่อนออกจากเมืองหลวง จ้าวลู่ฉือก็ขี่ม้าเข้ามาใกล้รถม้าของตู้เหลียน

“อาเหลียน ข้าจะหยุดพักที่โรงเตี๊ยมนอกเมืองเสียก่อน เพื่อเจ้าจะได้เขียนจดหมายส่งไปให้ท่านอาจารย์ได้รู้ข่าว”

หรูอวี้มองมารดาอย่างหยอกล้อ ถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะบอกว่าแม่ทัพจ้าวคิดกับมารดานางเพียงแค่น้องสาวอีกรึ

“ขอบคุณท่านเจ้าค่ะ” ตู้เหลียนถลึงตามองบุตรสาว ทั้งกล่าวขอบคุณจ้าวลู่ฉือไปด้วย

หรูอวี้นางยกยิ้มอย่างพอใจ นางคิดจะหาหนทางกลับเข้าเมืองเพื่อไปจัดการเรื่องที่นางยังไม่ได้ทำไว้อีกสักเล็กน้อย ด้วยมีแม่ทัพจ้าวร่วมขบวนมาด้วย ในตอนแรกนางก็กังวลว่าจะหาทางปลีกตัวออกมาไม่ได้

เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับนาง

ขบวนเดินทางมาได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามก็มาหยุดที่โรงพักม้าที่นอกเมือง ทหารที่ติดตามมาด้วยงุนงงไม่น้อย ความจริงแล้วทุกครั้งที่เดินทางกลับชายแดนเหนือพวกเขาแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย คงเป็นเพราะมีสตรีร่วมเดินทางมาด้วย ท่านแม่ทัพถึงได้เมตตาเช่นนี้

“เจ้ากับบุตรเข้าไปพักด้านในเถิด” จ้าวลู่ฉือให้คนไปจัดการเรื่องห้องพักให้สามคนแม่ลูกเรียบร้อยแล้ว

“ขอบคุณท่านเจ้าค่ะ” ตู้เหลียนยิ้มขอบคุณ ก่อนจะถูกสาวใช้กับแม่นมประคองเข้าไปด้านใน

หรูอวี้แยกตัวไปหากลุ่มนายทหารที่กำลังจะจูงม้าไปไว้ที่โรงม้าที่อยู่ด้านหลัง

“พี่ชาย ข้าขอถามหน่อย จากที่นี่เดินทางย้อนกลับไปเมืองหลวงไกลเพียงใดเจ้าคะ” นายทหารที่ถูกเรียกว่าพี่ชายก็สะดุ้งตกใจไม่น้อย

เขาไม่เคยเจอคุณหนูจวนใดที่ทำท่าทางสนิทสนมกับบุรุษร่างใหญ่ ใบหน้าดุร้ายเช่นสาวน้อยตรงหน้ามาก่อนเลย

“เอ่อ...หากเดินทางด้วยม้าก็ใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้นขอรับ”

“อืม...ข้าขอยืมม้าท่านได้หรือไม่” นางเอ่ยขออย่างหน้าตาเฉย

“เจ้าจะไปที่ใด” เสียงเหยียบเย็นเอ่ยถามมาจากด้านหลังของนาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป